โลเปเตกี

โชคชะตาที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายของ โลเปเตกี

By in ,
No comments

ทันทีหลังสิ้นเสียงนกหวีดในเกมอัปยศจากความพ่ายแพ้คาบ้านให้กับ เลบานเต้ 2-1 ก็ตามมาด้วยเสียงโห่ฮาด้วยความโกรธเกรี้ยวของแฟนบอลเจ้าถิ่นที่หลงเหลืออยู่ราวๆครึ่งหนึ่งภายในสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว พร้อมกับการชูผ้าเช็ดหน้าสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงที่บ่งบอกว่า ช่วงเวลาของ ฆูเลน โลเปเตกี กำลังเหลือน้อยลงทุกขณะ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติสเปน พา เรอัล มาดริด พ่ายแพ้ไปแล้วถึง 5 เกมรวมกันในทุกรายการนับตั้งแต่ย้ายเข้ามารับตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งรวมถึงการปราชัยติดต่อกันใน 3 นัดหลังสุด และเขายังเป็นเจ้าของสถิติที่ไม่น่าจดจำจากผลงานของทีมที่ยิงประตูไม่ได้ติดต่อกันยาวนานถึง 481 นาที ก่อนที่ มาร์เซโล่ จะมาช่วยกู้หน้าได้จากประตูตีไข่แตกในนัดล่าสุดหลังจากที่โดน โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส ยิงประตูเปิดหัว และตามมาด้วยลูกจุดโทษของ โรเกร์ มาร์ตี้ ตั้งแต่ 13 นาทีแรก ในช่วงสัมภาษณ์หลังเกมส์ โลเปเตกี ก็ออกมาโอดครวญถึงเรื่องความโชคร้ายต่างๆ ในความพยายามที่จะอธิบายสาเหตุผลงานอันย่ำแย่ของพวกเขา

“เรามีโอกาสสับไก 34 ถึง 35 ครั้ง เข้ากรอบไป 14 ครั้ง ได้ลูกเตะมุม 9 ครั้ง ยิงชนเสา/คานไป 4 ครั้ง และถูกปฏิเสธการได้ประตูไปอีก 1 ครั้ง สถิติไม่ได้ถูกพูดถึงนักในเกมฟุตบอล เพราะเราสนใจแต่ประตูที่ได้ แต่เราพยายามบุกอย่างหนัก และเข้าโจมตีได้ดี ผมเชื่อว่าในไม่ช้าเกมของเราจะเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอยในอย่างที่ควรจะเป็น”

ยังมีอีกสถิตินึงที่น่าเป็นห่วงสำหรับ โลเปเตกี คือ 5 ใน 6 ของอดีตผจก.ทีมราชันชุดขาวที่หลังพาทีมพ่ายแพ้ 3 นัดติดต่อกันจะจบลงด้วยการถูกไล่ออก มีเพียง แบรนด์ ชูสเตอร์ เท่านั้นที่รอดพ้นจากชะตากรรมอันนี้ได้เนื่องจากผลงานก่อนหน้านั้นที่เคยพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ในฤดูกาล 2007-08 หลังเกมล่าสุด เอมิลิโอ บูตราเกนโญ่ หนึ่งในผอ.สโมสร มาดริด หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนักข่าวถึงเรื่องอนาคตของผจก.ทีมคนปัจจุบันโดยกล่าวไว้ว่า “เราทุกคนต่างรู้สึกผิดหวัง มันเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้า นี่เป็นเรื่องที่ชวนอึ้งเพราะเราไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์เช่นนี้ แต่เราก็ต้องแสดงความยินดีต่อ เลบานเต้ ทีมที่เล่นได้ดีกว่า เราต้องสงบนิ่งเข้าไว้ เราทุกคนต้องพยายามที่จะไม่แตกตื่นถึงเราจะยังอยู่ในความเศร้า”

บูตราเกนโญ่ ยังปฏิเสธที่จะออกความเห็นถึงการตัดสินใจของ โลเปเตกี ที่เลือกดร็อป แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า และ โทนี่ โครส ออกจากไลน์อัพ 11 คนแรกในการพบกับ เลบานเต้ “นี่เป็นคำถามในเชิงเทคนิค และมันเป็นทางเลือกในการตัดสินใจของ ฆูเลน เราไม่ควรจะเข้าไปก้าวก่ายถึงเรื่องนั้น” นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรได้ลงไปที่ห้องแต่งตัวของทีมเพื่อพูดคุยกับ โลเปเตกี สองต่อสองหลังเกม โดยที่ มาร์เซโล่ แบ็คซ้ายรองกัปตันทีม ก็ส่งต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในโซนที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้สื่อข่าวว่า

“พวกเราพร้อมจะล่มหัวจมท้ายไปกับ โลเปเตกี เขาเป็นคนที่ทำอะไรชัดเจนอย่างยิ่งกับพวกเรา และยังมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับนักเตะ เราต้องปล่อยให้บอสได้ทำงานต่อ แรงกดดันของการลงเล่นให้กับ มาดริด มันมากมายมหาศาล เราต้องพยายามเชิดหน้าเข้าไว้ในเวลาที่อยู่ในสนามและเวลาอยู่ต่อหน้ากล้อง เราไม่เกรงกลัวแต่เราก็ตระหนักถึงปัญหา”

และท้ายที่สุดจากการให้สัมภาษณ์หลังเกม ก็คือ เซร์คิโอ รามอส กองหลังกัปตันทีมผู้มีส่วนในความผิดพลาดของแนวรับในช่วงครึ่งแรก และก็ไม่สามารถกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้ช่วยกันพลิกสถานการณ์กลับมาได้ โดยที่เจ้าตัวยอมรับว่า เปเรซ ลงมาที่ห้องแต่งตัวจริง แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดที่พวกเขาคุยกัน

“มันเป็นเรื่องไม่เหมาะสมสำหรับการบอกพวกคุณถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ปกติท่านประธานก็ลงมาข้างล่างอยู่เสมอและเราก็มีการพูดคุยกัน ในฐานะกัปตันทีมเรามีเรื่องที่คุยกันมากมายอยู่แล้ว ผมมักจะพูดอยู่เสมอว่าการปลดโค้ชออกไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับใครเลย เราต้องพยายามสงบนิ่งเข้าไว้”

ซานติอาโก้ โซลารี่ โค้ช เรอัล มาดริด ทีมสำรอง คือตัวเลือกภายในอันดับต้นๆหากจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งนอกจากอดีตแข้งทีมชาติอาร์เจนติน่าที่อยู่ในข่ายแล้ว ก็ยังมีลิสต์ของกุนซือมากประสบการณ์อย่าง อาร์แซน เวนเกอร์, อันโตนิโอ คอนเต้ และ มิเชล อดีตโค้ชมาลาก้า ที่กำลังถูกพิจารณาอยู่ แต่กับโปรแกรมที่กำลังใกล้เข้ามาจากการต้อนรับ วิคตอเรีย พัลเซ่น ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะลงหวดเกมบิ๊กแมตช์กับ บาร์เซโลน่า ที่ คัมป์ นู ในคืนวันอาทิตย์นี้ ก็กลายเป็นสถานการณ์ที่น่าจับตามองสำหรับ โลเปเตกี โดยกุนซือคนสุดท้ายที่ต้องพ้นจากเก้าอี้ภายในสัปดาห์ที่มีศึก เอล กลาซิโก้ ก็คือ ชูสเตอร์ ที่ถูกไล่ออกเพียงไม่กี่วันก่อนลงเตะนัดสำคัญในปี 2008 หลังออกมาให้ความเห็นว่าทีมของเขาไม่มีทางจะไปต่อกรกับ บาร์ซ่า

แม้ เรอัล มาดริด จะยังคงเล่นฟุตบอลตามแนวทางที่แท้จริงของพวกเขา แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวนานนับตั้งแต่หนหลังสุดที่มีการเปลี่ยนโค้ชระหว่างฤดูกาล โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นก็ต้องย้อนกลับไปยัง 4 ฤดูกาลก่อนเมื่อ ซีเนดีน ซีดาน ถูกผลักดันขึ้นจากการดูแลทีมชุดเยาวชนของสโมสร ให้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแทน ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ทำผลงานได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

และนับจากวันนั้น ซีดาน ก็พาทีมก้าวขึ้นครองบัลลังก์ยุโรปได้ถึง 3 สมัยซ้อน รวมถึงการคว้าแชมป์ลีกภายในซีซั่น 2016-17 ที่สร้างความปลาบปลื้มใจเป็นอันมากให้กับ เปเรซ แต่โอกาสของ โลเปเตกี ที่จะได้อยู่พิสูจน์ฝีมือต่อจนคว้าความสำเร็จบางอย่างเข้ามากลับเป็นเพียงแค่แสงสว่างอันริบหรี่ เผลอๆบางทีเขาอาจจะอยู่ได้ไม่เกินสัปดาห์หน้าหากไม่สามารถสร้างความประทับใจใดๆให้เกิดขึ้นจากโปรแกรม 2 นัดที่กำลังรออยู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *